Instagram Untitled Document

ทำความเข้าใจเซิร์ฟเวอร์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม


เซิร์ฟเวอร์ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดีคุณคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของเซิร์ฟเวอร์มาแล้ว แต่ไม่มีเวลาที่จะมาค้นคว้าเพิ่มเติมได้ คุณคิดว่าตนเองพลาดอะไรที่มีความสำคัญไปหรือเปล่า?
เซิร์ฟเวอร์จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณได้อย่างไร?
คุณสามารถใช้บทความชิ้นนี้เพื่อศึกษาว่าเซิร์ฟเวอร์คืออะไร และเซิร์ฟเวอร์จะก่อประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณได้อย่างไร

รายละเอียดพื้นฐานเกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์และซอฟต์แวร์ที่ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์
เซิร์ฟเวอร์เป็นคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงซึ่งเก็บไฟล์และทรัพยากรต่างๆเอาไว้ เพื่อ "ให้บริการ" คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆในระบบเครือข่ายที่จะเข้ามาใช้ไฟล์และทรัพยากรเหล่า นี้ร่วมกัน

ถ้าหากคุณเคยท่องเว็บนั่นเท่ากับคุณเคยสัมผัสกับเซิร์ฟเวอร์มาก่อนแล้ว ทุกครั้งที่คุณนั่งลงตรงหน้าคอมพิวเตอร์ของคุณแล้วเรียกใช้เว็บเพจต่างๆ นั่นเท่ากับคุณกำลังเรียกเว็บเพจเหล่านี้ผ่านทางระบบเครือข่าย (ที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ต) จากเว็บเซิร์ฟเวอร์ จากนั้นเว็บเซิร์ฟเวอร์จะ "ให้บริการ" ไฟล์เว็บเพจเพื่อส่งมายังคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วบราวเซอร์ของคุณจะแปลงไฟล์เป็นเว็บเพจเพื่อปรากฎบนหน้าจอของคุณเอง

เว็บเซิร์ฟเวอร์เป็นเซิร์ฟเวอร์ประเภทหนึ่งเท่านั้น แต่นี่เป็นวิธีทำงานพื้นฐานของเซิร์ฟเวอร์ แถมคุณยังสามารถติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ในสำนักงานของคุณเองได้ด้วย

โดยปกติแล้วเซิร์ฟเวอร์จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยง คอมพิวเตอร์จำนวนมากเข้าหากัน โดยที่เซิร์ฟเวอร์จะทำหน้าที่ประมวลผลคำสั่งที่มาจากคอมพิวเตอร์เครื่อง อื่นๆอีกทีหนึ่ง วิธีการทำงานแบบนี้มักจะเรียกว่า "ระบบเครือข่ายไคล์เอ็นต์/เซิร์ฟเวอร์" โดยที่ไคล์เอ็นต์หมายถึงคอมพิวเตอร์ใดๆที่สามารถเชื่อมโยงไปหาเซิร์ฟเวอร์ และใช้ทรัพยากรต่างๆที่เซิร์ฟเวอร์ควบคุมอยู่ อาทิเช่นเว็บเพจหรือไฟล์อื่นๆ การติดต่อกับพรินเตอร์ การสื่อสารกับอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่อีเมล์เป็นต้น

ธุรกิจขนาดเล็กบางแห่งใช้ระบบเครือข่ายแบบจุดต่อจุด (peer-to-peer) แทนที่จะเป็นระบบเครือข่ายไคล์เอ็นต์/เซิร์ฟเวอร์ เนื่องจากการติดตั้งระบบเครือข่ายแบบนี้ทำได้ง่ายและมีราคาถูก ระบบเครือข่ายจุดต่อจุดจะกำหนดให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในระบบเครือข่ายมี ความสำคัญเทียบเท่ากันหมด ผู้ใช้ที่อยู่ภายในระบบเครือข่ายจุดต่อจุดควบคุมตัวแปรและระบบรักษาความ ปลอดภัยในคอมพิวเตอร์ของคุณเอง และสามารถตัดสินใจได้ว่าจะแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่อยู่ภายในคอมพิวเตอร์ของตน เมื่อไหร่ อย่างไร และกับใคร ในขณะที่คอมพิวเตอร์ที่ทำงานเป็นไคล์เอ็นต์ในระบบเครือข่ายไคล์เอ็นต์ /เซิร์ฟเวอร์จะเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ผ่านทางสายเคเบิลหรือระบบสื่อสารไร้ สาย คอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายในระบเครือข่ายแบบจุดต่อจุดก็จะเชื่อมโยงกันโดยใช้สาย เคเบิลหรือระบบสื่อสารไร้สายได้เช่นกัน

ทำไมคุณจำเป็นต้องใช้ระบบ เครือข่ายไคล์เอ็นต์/เซิร์ฟเวอร์อีก ในเมื่อระบบเครือข่ายแบบจุดต่อจุดมีราคาถูกกว่า และสามารถติดตั้งได้ง่ายกว่า? เหตุผลที่ธุรกิจขนาดเล็กควรเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ประกอบด้วย

- ข้อมูลสำคัญถูกเก็บเอาไว้ในจุดเดียวที่คุณสามารถควบคุมและปกป้องได้ดีขึ้น
- ข้อมูลถูกปกป้องโดยเครื่องมือรักษาความปลอดภัยที่มั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภัยคุกคามจากแฮกเกอร์ได้
- สามารถแบกอัพและโอนถ่ายข้อมูลกลับคืนได้โดยง่าย
- คุณสามารถบริหารระบบไอทีทั้งหมดของคุณได้ที่ศูนย์กลาง
- คุณสามารถลดค่าใช้จ่ายเนื่องจากทรัพยากรต่างๆอาทิเช่นพรินเตอร์ แฟกซ์ และระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตสามารถใช้ร่วมกันได้
- ผลผลิตโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น

แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่มองเห็นคอมพิวเตอร์เมื่อพูดถึงเซิร์ฟเวอร์ แต่ที่จริงแล้วซอฟต์แวร์เซิร์ฟเวอร์ก็คือสิ่งที่ช่วยให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานได้ อย่างแท้จริง ซอฟต์แวร์เซิร์ฟเวอร์ช่วยให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานได้อย่างที่คุณต้องการ อาทิการจัดระเบียบและการประมวลผลพื้นฐาน ควบคุมการเรียกใช้ไฟล์และทรัพยากรต่างๆ ช่วยให้ระบบเครือข่ายของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้ในการดูแลระบบแบกอัพด้วย

หมายเหตุ: คุณสามารถสั่งงานซอฟต์แวร์เซิร์ฟเวอร์มากกว่าหนึ่งชนิดในคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวได้

เซิร์ฟเวอร์ประเภทต่างๆ
เราได้พูดถึงเว็บเซิร์ฟเวอร์ไปแล้ว แต่ที่จริงมีเซิร์ฟเวอร์อยู่เป็นจำนวนมาก โดยแบ่งตามประเภทของงานที่มันทำได้ ตัวอย่างเช่น

ไฟล์เซิร์ฟเวอร์: ธุรกิจ ที่จัดการกับเอกสารจำนวนมากอาจใช้ไฟล์เซิร์ฟเวอร์เพื่อจัดเก็บเอกสารเหล่า นี้ทั้งหมดเอาไว้ที่จุดศูนย์กลาง แล้วสร้างสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกับคลังเก็บเอกสารขึ้นมา เมื่อผู้ใช้ต้องการใช้ไฟล์ใดไฟล์หนึ่ง พวกเขาก็เพียงแค่ดึงไฟล์ที่ต้องการไปจากไฟล์เซิร์ฟเวอร์ ทำงานกับไฟล์นั้นในคอมพิวเตอร์ของตนเอง จากนั้นก็ส่งไฟล์นั้นกลับคืนมายังเซิร์ฟเวอร์อีกทีหนึ่ง

พรินต์เซิร์ฟเวอร์: คุณคงพอเดาออกว่าพรินต์เซิร์ฟเวอร์เป็นตัวกลางคอยให้บริการพรินเตอร์มากกว่า หนึ่งเครื่องขึ้นไป ในบางครั้งคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันอาจทำหน้าที่เป็นทั้งไฟล์เซิร์ฟเวอร์ และพรินต์เซิร์ฟเวอร์ไปพร้อมๆกันก็เป็นได้

แอพพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์: สิ่งที่เหมือนกับไฟล์เซิร์ฟเวอร์ก็คือ แอพพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลอีกชนิดหนึ่ง ตัวอย่างเช่นมันอาจจะจัดเก็บดาต้าเบสเอาไว้ก็เป็นได้ แต่สิ่งที่ต่างจากไฟล์เซิร์ฟเวอร์ก็คือ แอพพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์สามารถประมวลผลข้อมูล แล้วส่งข้อมูลเฉพาะที่ผู้ใช้หรือไคล์เอ็นต์ขอมาเท่านั้นไปให้ได้

เมล์เซิร์ฟเวอร์: เมล์เซิร์ฟเวอร์ทำหน้าที่เป็นไปรษณีย์ของระบบเครือข่าย โดยทำหน้าที่จัดการและจัดเก็บข่าวสารต่างๆให้คุณ ส่งอีเมล์ไปยังพีซีที่เป็นไคล์เอ็นต์ หรือจัดเก็บอีเมล์เหล่านี้เอาไว้เพื่อรอให้ผู้ใช้แบบรีโมทมาเรียกใช้ได้ตาม ความต้องการเป็นต้น

นอกจากนั้นคุณยังอาจพบกับแฟกซ์เซิร์ฟเวอร์ เซิร์ฟเวอร์สื่อสาร แบกอัพเซิร์ฟเวอร์และอื่นๆอีกมาก ความท้าทายก็คือการแยกแยะว่าคุณต้องการเพื่อทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น จากนั้นค้นหาว่าซอฟต์แวร์เซิร์ฟเวอร์ชนิดใดที่มีคุณสมบัติและความสามารถที่ จะทำงานดังกล่าวได้

เซิร์ฟเวอร์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
ในอดีตเซิร์ฟเวอร์มักจะเกี่ยว ข้องกับองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น และในบางกรณี เซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานเฉพาะทางบางชนิดที่เราได้พูดถึงไปแล้ว อาจจะเหมาะสมกับการทำงานที่ซับซ้อนเท่านั้นก็เป็นได้

แต่ทว่ามีบริษัท ขนาดเล็กจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ (แม้แต่บริษัทที่มีพีซีไม่กิน 5 เครื่อง) ก็หันมาใช้ระบบเครือข่ายที่มีเซิร์ฟเวอร์เพื่อทำให้การดำเนินงานของตนคล่อง ตัวยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนั้นปัจจัยเรื่องความสามารถในการบริหาร ระบบรักษาความปลอดภัย และการปกป้องข้อมูลทางธุรกิจที่มีความสำคัญก็ถือเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ เจ้าของและผู้จัดการธุรกิจขนาดเล็กหันมาติดตั้งระบบเครือข่ายที่ใช้ เซิร์ฟเวอร์กันเพิ่มมากขึ้น

ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาซอฟต์แวร์เซิร์ฟเวอร์ เพื่อใช้กับธุรกิจขนาดเล็กโดยตรง นั่นก็คือ Windows Small Business Server 2003 (SBS 2003) นั่นเอง โดยนอกเหนือจากเรื่องของเสถียรภาพและระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว คุณสมบัติหลักๆใน SBS 2003 ที่แสดงให้เห็นถึงปมเด่นต่างๆของเซิร์ฟเวอร์ที่คุณสามารถนำมาใช้กับธุรกิจ ของคุณได้ประกอบด้วย

อีเมล์ ระบบเครือข่าย และระบบสื่อสารกับอินเทอร์เน็ต: SBS 2003 ช่วยให้คุณใช้อินเทอร์เน็ตร่วมกันได้ รวมทั้งรับและส่งอีเมล์โดยอิงกับเทคโนโลยีของ Exchange Server และ Outlook 2003 (ให้มาพร้อมกับ SB 2003 อยู่แล้ว) ติดตั้งไฟร์วอลล์เพื่อช่วยปกป้องระบบเครือข่ายของคุณ และจัดสรรระบบสื่อสารแบบรีโมทเพื่อเรียกใช้ข้อมูลที่อยู่ในระบบเครือข่ายของ คุณเองได้

ระบบอินทราเน็ตของบริษัท: พนักงานสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันภายใต้รูปแบบของสภาพแวดล้อมที่ทำงานรวมกัน ผ่านทางเว็บไซต์ภายในบริษัท (หรือไซต์อินทราเน็ต) ซึ่งอิงกับเทคโนโลยี Windows SharePoint Services (ให้มาพร้อมกับ SBS 2003 อยู่แล้ว) ไซต์เหล่านี้ช่วยให้คุณสร้างไลบราลีของเอกสารที่สามารถใช้ร่วมกันได้ รวมทั้งการแจ้งเตือนเรื่องสำคัญต่างๆ และลิงก์สำคัญต่างๆเป็นต้น

ระบบสื่อสารรีโมท: คุณสมบัติ Remote Web Workplace ช่วยให้พนักงานที่เดินทางออกไปนอกสำนักงานสามารถเรียกดูอีเมล์และหน้าจอพีซี ของตนในแบบรีโมทได้ ส่วนผู้ดูแลระบบก็สามารถควบคุมเซิร์ฟเวอร์ในแบบรีโมทได้เช่นกัน

การทำงานแบบโมไบล์: อุปกรณ์ Smartphons และ Pocket PC ซึ่งติดตั้งโอเอส Windows Mobile เอาไว้สามารถผสานการทำงานกับ SBS 2003 ได้อย่างกลมกลืน ดังนั้นผู้ใช้จึงสามารถเรียกใช้อีเมล์ ระบบปฏิทิน และข้อมูลเกี่ยวกับงานต่างๆขณะที่อยู่นอกสำนักงานได้

การควบคุมและการบริหาร: วิซาร์ดชนิดต่างๆของ SBS 2003 ช่วยให้งานพื้นฐานหรืองานที่ต้องทำซ้ำๆกลายเป็นงานอัตโนมัติ พร้อมทั้งยังจัดเตรียมคอนโซลบริหารที่มีเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับบริหาร ระบบเครือข่ายเอาไว้ด้วย เครื่องมือเฝ้าระวังระบบเครือข่ายและเครื่องมือทำรายงานจะช่วยลดเวลาที่ระบบ ไม่อาจทำงานได้ (ดาวน์ไทม์) โดยทำให้ผู้ดูแลระบบแก้ปัญหาต่าๆที่เกิดขึ้นได้เร็วกว่าเดิม

การแบกอัพและโอนถ่ายข้อมูลกลับคืน: แม้แต่ผู้ดูแลระบบที่ไม่มีประสบการณ์ก็ยังสร้างนโยบายแบกอัพขึ้นมาได้ ซึ่งอยู่ในรูปของการเตรียมแบกอัพและโอนถ่ายข้อมูลของเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด

ในตอนนี้เมื่อคุณเข้าใจแล้วว่าเซิร์ฟเวอร์สามารถทำอะไรได้บ้าง ดังนั้นบางทีคุณอาจทราบคำตอบของคำถามก่อนหน้านี้แล้ว ที่เราถามไปว่าธุรกิจของคุณขาดอะไรที่สำคัญบางอย่างไปหรือไม่?